2007/Sep/16

ทันทีที่หนังเรื่องหนึ่งถูกฉายต่อสายตาของผู้ชม บทบาทของคนทำหนังก็ถือว่าจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ และหลังจากนั้น หนังจะมีชีวิตของมันเองในการทำหน้าที่ถ่ายทอดสารที่คนทำหนังต้องการสื่อแก่ผู้ที่ได้ชม

อย่างไรก็ตาม ตัวหนังเองอาจกำหนดการรับรู้ความหมายของคนดูได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะถึงที่สุดแล้ว คนดูหนังแต่ละคนย่อมเป็นผู้อ่านความหมายและตีความเนื้อหาของหนังตามความเข้าใจของตนเองได้อย่างอิสระ

ผู้ชมแต่ละคนจึงอาจมีทรรศนะและความเข้าใจต่อหนังเรื่องเดียวกันในลักษณะที่แตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของมุมมองต่อประเด็นและความหมายที่ปรากฏในท้องเรื่อง และในแง่ของรูปแบบการเล่าเรื่อง การนำเสนอ ไปจนถึงคุณภาพของกระบวนการผลิตหนังเรื่องนั้น

หากกล่าวถึงหนังที่มีนัยทางการเมืองแล้ว การที่หนังเรื่องหนึ่งสามารถส่งผลที่นำไปสู่การทักทอความหมายและความเข้าใจที่หลากหลายแง่มุมในหมู่คนดูได้นั้น ย่อมต้องถือเป็นความแหลมคมของหนังและคนทำหนังเรื่องนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

มุมมองในประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏให้เห็นในบทสนทนาระหว่างผู้ชมกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่ได้ชมหนังสั้นเรื่อง ความลักลั่นของงานรื่นเริง ของปราปต์ บุนปาน นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเสียงตอบกลับที่สะท้อนถึงผลของหนังการเมืองเรื่องหนึ่งที่มีต่อผู้ชม

บทสนทนาที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากหนังเรื่องนี้ได้ถูกฉายไป เป็นเหมือนภาพสะท้อนถึงพลังของหนัง ที่สามารถทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ขึ้นระหว่างตัวตนของคนดูกับเนื้อหาสาระของหนัง เพราะสิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำก็คือ การเข้าไปปะทะ เขย่า สั่นคลอนตัวตนและความรู้สึกนึกคิดของคนดู และทำให้ตัวตนของคนดูเผยแสดงออกมา

ในมุมมองของคนทำหนังมือสมัครเล่นคนหนึ่ง ผมมองว่า หนังที่มีพลังทางการเมืองก็คือ หนังที่ทำให้การดูหนังไม่ใช่เพียงแค่ดูตัวเรื่องในหนัง แต่การดูหนังทำให้เราเห็นตัวตนของคนดู ผ่านการประลองการให้ความหมายและการตีความจากความรู้สึกนึกคิด จุดยืน และทรรศนะที่แตกต่างกันไป

ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่ ความลักลั่นของงานรื่นเริง ได้ทำ ไม่ใช่แค่การสร้างบทสนทนาในกลุ่มผู้ชมด้วยกันเท่านั้น หากยังได้สร้างพื้นที่ของการสนทนาระหว่างผู้ชมกับคนทำหนังให้เกิดขึ้นอีกด้วย

แน่นอนว่า การร่วมวงสนทนาของคนทำหนังในที่นี้ อันที่จริงแล้วไม่ใช่การพูดถึงหนังในฐานะคนทำหนัง ที่จะมาอ้างการสิทธิในการผูกขาดความหมายของหนัง เพราะดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุที่คนทำหนังแม้จะเป็นผู้ให้กำเนิดหนัง แต่ทันทีที่หนังคลอดสู่สายตาผู้ชม บทบาทของคนทำหนังก็ถือว่าสิ้นสุดลง

การร่วมวงสนทนาเพื่อพูดถึงหนังของคนทำหนัง ถึงที่สุดแล้วจึงเป็นได้แค่เพียงการพูดถึงหนังในฐานะของคนดูหนังคนหนึ่ง ในเวลาหลังจากที่หนังได้ถูกฉายออกไป ซึ่งมุมมอง ทรรศนะ และความหมายที่มีต่อหนังนั้น ไม่ได้ถูกต้องกว่า เป็นจริงกว่า หรือมีน้ำหนักเหนือกว่ามุมมองและทรรศนะของคนดูหนังคนอื่น ๆ แต่อย่างใด หรือสิ่งที่ทำได้มากที่สุดก็อาจเป็นการพูดถึงความรู้สึกนึกคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำหนังเรื่องนั้น

เพราะหนังย่อมมีชีวิตของมันเอง พร้อม ๆ กับการตายจากไปของบทบาทคนทำหนัง และการเกิดขึ้นของเสียงสะท้อนในหมู่ผู้ชม

ชาย ไชยชิต

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยถนัดนัก แต่สาเหตุหนึ่งที่ผมชอบที่จะดูงานของคุณปราปต์ และคุณชาย ก็เพราะระหว่างการดูหนังของพวกคุณ ผมรู้สึกเหมือนการได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ "การเมือง" ในมุมมองและทัศนคติของคนทำหนัง ถึงแม้ในบางครั้งอาจจะไม่เข้าใจมันทั้งหมด แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการที่หนังของพวกคุณ.....ทำให้ผมหันมาสนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น
#1  by  ennisdelmar At 2007-09-19 14:24, 
กำลังเริ่มที่จะมอง และดูมุมมองของผู้ชายคนนี้อย่างจริงจัง....

การเริ่มต้นดูหนังสั้นที่ครั้งหนึ่งเคย "ออกตัว"กับตัวเองว่ามันเป็นสิ่งที่ยากแก่การเข้าใจ

ชื่นชมในแนวคิดของคุณชาย ไชยชิต

อยากให้มีผลงานใหม่ๆออกมาเร็วๆ
#2  by  femis** (203.131.212.41) At 2007-10-05 20:00, 

<< Home


ปราปต์ บุนปาน และ ชาย ไชยชิต
View full profile