2007/Oct/11

ความลักลั่นของ ความเป็นหนังสั้น 

 

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะใช้เป็นบทเริ่มต้นในการสนทนาครั้งนี้ ก็คือ ประเด็นเรื่องนิยามความหมายของ หนังสั้นตามความคิดของผม 

เพราะผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่า ความหมายของ หนังสั้นตามความเข้าใจของตนเองนั้น มันสอดคล้องลงรอยกันกับความเข้าใจของ คนทำหนังสั้นหรือ คนดูหนังสั้นคนอื่น ๆ หรือไม่? หรือว่า ในท้ายที่สุดแล้ว นิยามของ หนังสั้นในยุคที่คนจำนวนมากพอสมควรมีกำลังทรัพย์และศักยภาพพอที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่าง กล้องวีดีโอ หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ได้อย่างง่ายดาย จะมีความหมายที่ลื่นไหลหลากหลายมากยิ่งขึ้น จนยากที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมีอำนาจอันสูงส่งเด็ดขาดในการยึดกุมนิยามความหมายดังกล่าวได้ 

ด้วยความไม่แน่ใจดังกล่าว ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยมาในระยะเวลาหลัง ๆ ผมจึงไม่กล้าแม้แต่จะเรียกงานวีดีโอของตนเองว่าเป็น หนังสั้นเสียด้วยซ้ำไป ได้แต่เรียกมันอย่างคลุมเครือว่าเป็น งานวีดีโอ อันหมายถึง งานภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายทำด้วยกล้องวีดีโอขนาดพกพาอย่างง่าย ๆ หรือ งานภาพเคลื่อนไหวที่มีลักษณะโน้มเอียงไปทางโฮมวีดีโอ แต่ไม่ได้หมายถึง งานวีดีโออาร์ต แต่อย่างใด  

สิ่งที่ดำเนินมาควบคู่กันและไม่อาจแยกขาดจากความไม่แน่ใจในเรื่องนิยามความหมายของ หนังสั้นก็คือ ผมไม่แน่ใจนักว่า งานวีดีโอของตนเองนั้นแตกต่างไปจาก หนังสั้นของ คนทำหนังสั้นคนอื่น ๆ หรือไม่ อย่างไร? ซึ่งความไม่แน่ใจประการหลังนี้ ก็เกิดขึ้นจากประสบการณ์การดู หนังสั้นอันน้อยนิดของผมนั่นเอง  

ดังนั้น สิ่งที่ผมพอจะมีความสามารถทำได้ในที่นี้ จึงได้แก่ การพยายามทำความเข้าใจว่า ตัวผมเองนั้นมองงานวีดีโอของตนเองว่ามีความหมายอย่างไร ผ่านการพยายามประมวลลักษณะเฉพาะบางประการของงานวีดีโอของตนเอง 

ากเนื้อหาในตอนแรก ผู้อ่านคงพอจะทราบได้ว่า สำหรับผมแล้ว งานวีดีโอที่ตนเองทำลงไป มีหน้าที่สำคัญอยู่สองประการ คือ เป็นบทบันทึกประจำปี และ เป็นเครื่องช่วยระบายความอัดอั้นตันใจบางอย่าง  

เมื่อกำหนดให้งานวีดีโอของตนเองมีหน้าที่เช่นนั้น ผมจึงไม่เคยคาดหวังตลอดมาว่า งานวีดีโอของตนเองจะต้องมีความหมายในฐานะที่เป็น หนังสั้นที่มีรูปแบบการเล่าเรื่องอันแยบยล แนบเนียน และงดงาม ดังที่ หนังสั้น ที่อยู่ในระดับมาตรฐานทั่ว ๆ ไปเรื่องหนึ่งพึงจะมี และหากแม้ผมจะพยายามทำงานวีดีโอของตนเองให้มีรูปแบบการเล่าเรื่องในลักษณะนั้น ผมก็เชื่อว่าตนเองคงจะทำหน้าที่ดังกล่าวได้ไม่ดีนัก ซึ่งผมจะกล่าวถึงประเด็นนี้ต่อไปในภายหน้า 

ขณะที่เนื้อหาสำคัญที่ผมต้องการกล่าวถึง ณ จุดนี้ ก็จะเริ่มต้นจาก ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่น่าจะส่งผลต่อการสร้างงานวีดีโอของผม คือ ในมุมมองของผมนั้น กล้องวีดีโอนั้นมีความหมายหรือสถานะเป็นอะไรได้บ้าง? 

แน่นอนว่า หน้าที่หลักอันสำคัญยิ่งของกล้องวีดีโอก็คือ การทำหน้าที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ซึ่งคนทำหนัง คนดูหนัง ตลอดจนคนที่ไม่สนใจหนังจำนวนหนึ่ง ก็น่าจะทราบถึงหน้าที่ดังกล่าวของกล้องวีดีโอได้เป็นอย่างดี 

อย่างไรก็ตาม ผมกลับมีความเห็นว่า กล้องวีดีโอน่าจะทำหน้าที่อย่างอื่นได้อีก นอกจากหน้าที่หลักอันมีความสำคัญดังกล่าว ดังนั้น ผมจึงพยามยามทดลองนำกล้องวีดีโอไปใช้ทำหน้าที่อื่น ๆ บางอย่าง ซึ่งแม้จะแลดูผิดฝาผิดตัวไปบ้าง ทว่ามันก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจพอสมควร ต่อความคาดหวังที่ตั้งไว้ไม่สูงนักของผม 

สำหรับหลาย ๆ คน เมื่อกล้องวีดีโอมีหน้าที่หลักสำคัญเป็นเครื่องบันทึกภาพเคลื่อนไหว พวกเขาจึงเห็นว่า ไวยากรณ์หลักที่ถูกใช้สื่อสารผ่านกล้องวีดีโอน่าจะเป็นภาษาภาพ ซึ่งมีความสามารถในการบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง ที่อยู่นอกเหนือไปจากความสามารถของภาษาพูด และ ภาษาเขียน ซึ่งอย่างหลังถูกถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ 

หากพิจารณาจากมุมมองกล่าวแล้ว ไวยากรณ์หลักของงานภาพเคลื่อนไหวที่ถูกถ่ายทอดผ่านกล้องวีดีโอ จึงกลายเป็นภาษาภาพที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือภาษาพูด และอยู่นอกเหนือ/ก้าวพ้นไปจากขอบเขตของภาษาเขียนที่เป็นตัวหนังสือโดยปริยาย 

ทว่า ในมุมมองของผม ภาษาเขียนอย่างตัวหนังสือไม่ได้มีสถานะเป็น สิ่งอื่นที่แปลกแยกไปจากโลกของภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกโดยกล้องวีดีโอ แล้วถ่ายทอดลงไปในจอภาพหลากหลายชนิดเบื้องหน้าคนดูจำนวนมาก 

เพราะหากพิจารณาจากวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของ คนชั้นกลางจำนวนมากในเมืองใหญ่แล้ว (ซึ่ง คนทำหนังสั้นแทบทั้งหมด ก็น่าจะถูกจัดอยู่ในคนกลุ่มนี้) สัดส่วนในการอ่านภาษาเขียนที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าปัดโทรศัพท์มือถือของพวกเขาก็น่าจะสูงใกล้เคียง (หรืออาจจะมากกว่า) กับสัดส่วนในการอ่านภาษาเขียนที่ปรากฏอยู่ตามหน้ากระดาษ 

โดยการดำรงอยู่ของภาษาเขียนในจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าปัดโทรศัพท์มือถือเหล่านั้น ก็ดำเนินควบคู่ไปกับการดำรงอยู่ของภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งจำนวนมากมายมหาศาล 

นี่ยังไม่ต้องพิจารณาถึงบรรยากาศการเรียนการสอนหนังสือจำนวนมากในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยยุคปัจจุบัน ที่ผู้เรียนมักจะต้องเผชิญหน้ากับตัวหนังสือหรือภาษาเขียนอันเป็นหัวข้อหลัก ๆ ของคำบรรยายของผู้สอนที่ถูกเรียบเรียงตามระบบระเบียบของโปรแกรม power point และปรากฏอยู่ในจอภาพหน้าห้องเรียน ผ่านการฉายของเครื่องโปรเจคเตอร์ เรื่อยไปจนถึง การเผชิญหน้ากับประเด็นย่อ ๆ ของคำบรรยายของผู้สอน ตลอดจนข้อความสำคัญในงานเขียนของนักวิชาการต่างประเทศ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวกลางอย่างเครื่องฉายแผ่นใส 

ดังนั้น มันคงไม่ใช่สิ่งที่แปลกประหลาดเกินเลยไปนัก หากผมจะพยายามทดลองให้ คนดูหนังสั้น” (ซึ่งก็คงเป็นคนกลุ่มหนึ่งในบรรดา คนชั้นกลางเช่นกัน) ได้มีโอกาสอ่านภาษาเขียน/งานเขียนที่เป็นตัวหนังสือ ซึ่งปรากฏอยู่จอภาพยนตร์/จอภาพขนาดใหญ่ ด้วยจังหวะการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างนิ่งสงบ 

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว หากพิจารณาจากประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง ที่มีความเป็นอยู่สุขสบายและเติบโตมาในกรุงเทพมหานครตลอดชีวิต อีกทั้งยังใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโลกของสถาบันการศึกษาและมีโอกาสสัมผัสกับโลกต่างจังหวัดหรือโลกของผู้คนกลุ่มอื่น ๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างแตกต่างไปจากตนเอง บ้างเป็นครั้งคราวผ่านการท่องเที่ยวอย่างผิวเผิน  ผมก็คงมิอาจจะปฏิเสธได้เลยว่า กรอบการมองโลกของตนเองนั้นถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากการอ่านหนังสือเป็นหลัก 

เมื่อการทำหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนังใหญ่หรือหนังเล็ก หนังสั้นหรือหนังยาว ล้วนต้องอิงแอบอยู่กับกรอบการมองโลกและประสบการณ์เฉพาะตัวของคนสร้างหนังแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ มันจึงน่าจะตรงไปตรงมาดี หากผมจะทดลองนำองค์ประกอบสำคัญ/พื้นฐานหลักในการมองโลกของตนเอง อย่างภาษาเขียนที่เป็นตัวหนังสือ มาใส่ไว้ในงานวีดีโอ เพื่อประกาศให้คนดูได้รับรู้ถึง พื้นฐานหลักในการมองโลกของตัวผมเอง 

ขณะเดียวกัน มีหลายต่อหลายครั้ง ที่ผมพยายามจะถ่ายทอดความคิดบางอย่าง ซึ่งตนเองได้รับมาจากการอ่านงานเขียนจำนวนหนึ่ง ลงไปในงานวีดีโอผ่านกลวิธีการใช้ภาษาภาพ แต่ด้วยความสามารถที่มีอยู่อย่างจำกัด ผมจึงไม่สามารถจะดัดแปลงความคิดที่ถูกเรียบเรียงอยู่ในโลกของตัวหนังสือ ให้ไปโลดแล่นในรูปแบบของภาษาภาพได้ ด้วยเหตุนี้ การถ่ายทอดงานเขียนชิ้นนั้น ๆ ผ่านงานวีดีโอของตนเองอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด จึงน่าจะถือเป็นทางออกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับปัญหาดังกล่าว  

แต่คงต้องยอมรับว่า ผู้คนที่หล่อหลอมกรอบการมองโลกของตนเองจากการอ่านหนังสือนั้น ถือเป็นคนส่วนน้อย เพราะในแง่หนึ่งแล้ว หนังสือก็ถือเป็นสินค้าหรูหราราคาแพงที่ไม่มีความจำเป็น/มีความฟุ่มเฟือยต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนจำนวนมากในสังคม และวิถีชีวิตแบบอื่น ๆ ของผู้คนอีกมากมาย ก็สามารถหล่อหลอมวิถีการมองโลกของพวกเขาได้เช่นกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาหนังสือแต่อย่างใด 

ดังนั้น การเลือกนำภาษาเขียนที่เป็นตัวหนังสือมาใส่ไว้ในงานวีดีโอของตนเอง จึงน่าจะถือเป็นข้อจำกัดในการสื่อสารกับคนดูจำนวนมากไปโดยปริยาย ทว่ามันก็คงเป็นวิถีทางที่หลีกเลี่ยงได้ยากพอสมควร ในเมื่อภาษาเขียนที่เป็นตัวหนังสือนั้นถือเป็นพื้นฐานสำคัญซึ่งถูกบ่มเพาะมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในวิถีการมองโลกของผม 

นอกจากนี้ กล้องวีดีโอยังมีสถานะเป็นเครื่องมือบางอย่างที่มีประสิทธิภาพยิ่งสำหรับผม แม้ว่าผู้คนจำนวนมาก อาจจะไม่ใช้มันทำงานในหน้าที่ดังกล่าวก็ตามที 

ผมมีบุคลิกส่วนตัวที่ค่อนข้างขี้อาย เก็บตัว และไม่ค่อยพูดจากับคนที่ไม่สนิทสนมด้วยมากนัก หรือแม้แต่กับคนใกล้ตัวหรือคนสนิทที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง ผมก็เลือกที่จะไม่พูดจากับพวกเขาในประเด็นนั้น ๆ แต่เลือกที่จะฟังคำสนทนาหรือคำพูดของพวกเขาแล้วโต้เถียงอย่างเงียบ ๆ อยู่ในใจ มากกว่าจะพูดจาออกไป จนอาจก่อให้เกิดการถกเถียง การทะเลาะเบาะแว้ง และความขุ่นเคืองใจตามมา 

ด้วยบุคลิกส่วนตัวดังกล่าว ส่งผลให้ผมไม่ค่อยสบสายตา/สื่อสารทางสายตากับคนแปลกหน้าและคนที่ตนเองไม่ต้องการจะมองหน้ามากนัก 

ดังนั้น นอกจากการอ่านหนังสือ (และอาจรวมถึงการฟังเพลง ดูหนัง ดูละคร แล้ว) ผมจึงมีความสัมพันธ์กับโลกภายนอกหรือผู้คนจำนวนมาก ผ่านการฟังเสียงสนทนาหรือเสียงพูดของพวกเขาเหล่านั้นเป็นหลัก 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมาทดลองมองโลกผ่านกล้องวีดีโอ งานวีดีโอหรืองานภาพเคลื่อนไหวของผมจึงเต็มไปด้วยบทสนทนาจำนวนมาก ซึ่งเป็นทั้งบทสนทนาที่เคยผ่านเข้ามาในประสบการณ์ส่วนตัวของผม หรือเป็นบทสนทนาที่ผมสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่จะสนทนากับความคิดของตนเอง ไปจนกระทั่งถึงเป็นบทสนทนาที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อสนทนากับบรรดาคนดูหรือสังคมโดยรวม ขณะที่งานทางด้านภาพที่ปรากฏเคียงคู่กันกับบทสนทนากลับดูไม่โดดเด่นหรือหวือหวานัก และอาจถูกกลบทับโดยบทสนทนาจำนวนมากมายเหล่านั้นด้วยซ้ำไป 

(เมื่อมีอุปนิสัยส่วนตัวซึ่งเน้นหนักไปที่บทบาทความเป็นผู้ฟัง สำหรับผมแล้ว กล้องวีดีโอจึงสามารถทำหน้าที่อีกประการหนึ่งได้เป็นอย่างดี นั่นคือ มันเป็นเครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพดีพอสมควร จนมีอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการบันทึกเสียงด้วยเครื่องบันทึกเสียงแบบเทปคาสเส็ตต์กับเครื่องบันทึกเสียงแบบดิจิตอลขนาดพกพาในปัจจุบัน ที่ผมเลือกใช้กล้องวีดีโอมาบันทึกเสียงสนทนาหรือเสียงพูดของผู้คนจำนวนหนึ่ง โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับภาพที่กำลังถูกกล้องวีดีโอบันทึกไว้แต่อย่างใด)  

จากการมอง/การให้ความหมายต่อกล้องวีดีโอเช่นนี้นี่เอง งานวีดีโอของผมจึงให้ความสำคัญหรือมอบบทบาทสำคัญให้แก่งานเขียน/ภาษาเขียนที่เป็นตัวหนังสือและบทสนทนา/ภาษาพูดของตัวละคร อย่างไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาษาภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในงานวีดีโอของตนเอง 

นอกจากการให้ความหมายต่อกล้องวีดีโอแล้ว ความหมายของภาพเคลื่อนไหวทั้งหลายที่ถูกผมบันทึกไว้ในกล้องวีดีโอก็ถือเป็นอีกส่วนประกอบสำคัญสำหรับการสร้างงานวีดีโอของผม 

ดังที่ได้กล่าวย้ำมาตลอดว่า สำหรับผมแล้ว งานวีดีโอมีสถานะเป็นคล้ายกับบทบันทึกประจำปีของตนเอง ทั้งทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวส่วนตัวบางด้าน บันทึกโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปีตามมุมมองของตนเอง และบันทึก/ระบายความอึดอัดใจบางอย่างลงไปในงานภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้น 

แม้จะมีพื้นฐานมาจากบทบันทึกส่วนตัว แต่ผมก็คงไม่สามารถจะกล่าวอ้างยืนยันได้ว่า ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ถูกนำมาร้อยเรียงในงานวีดีโอของตนเองนั้นเป็น "ความจริงสัมบูรณ์สูงสุด/ความจริงแท้" หรือ มี "ความสมจริง" เพราะอย่างน้อย ภาพ และ เสียง/ภาษา ที่ปรากฏอยู่ในงานวีดีโอเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยตัวของผมเอง หรือ การมองโลกจากประสบการณ์เฉพาะตัวของผม ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่กล้าหาญหรือทะนงตนพอจะกล่าวอ้างได้ว่า สิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมาจากการมองโลกในมุมมองของตนเองนั้นเป็น "ความจริงแท้สูงสุด"  

นี่ยังไม่รวมถึงพื้นฐานสำคัญของหนังหรือภาพยนตร์ที่ว่า "หนัง" ไม่ได้มีสถานะเป็น "ความจริง" ในตัวของมันเองอยู่แล้ว 

จากเหตุผลหรือความเชื่อเช่นนี้ ผมจึงไม่กล้าหาญพอที่จะทำให้งานวีดีโอของตนเองมีความ "สมจริง" ตลอดจน "ความเป็นธรรมชาติ" ใด ๆ ทั้งสิ้น 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงค่อนข้างพอใจอยู่ไม่น้อยกับการปล่อยปละละเลยให้งานวีดีโอของตนเองมีสภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวที่ดำเนินไปด้วยความหลอกลวง เหลวไหล ไม่สมจริง อย่างเห็นได้ชัด ผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพที่ตะกุกตะกักไม่ต่อเนื่อง การดำเนินเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ตลอดจน การแสดงที่หลายคนมองว่า “ไม่สมจริง” เช่น มีหลายต่อหลายครั้งที่นักแสดงในงานวีดีโอหลายชิ้นของผมถึงกับอ่านบทไปแสดงไปต่อหน้ากล้องอย่างชัดเจน 

ผมพบและตระหนักถึง “ความบกพร่อง” เหล่านี้ตลอดมา ทั้งในขณะถ่ายทำ หรือ ขณะตัดต่อ แต่ด้วยจุดยืนของผมที่เชื่อว่า หนังนั้นไม่มี “ความสมจริง” ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ประกอบกับ ผมก็ไม่กล้าหาญหรืออหังการพอที่จะกล่าวอ้างว่างานวีดีโอของตนเอง (ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการเพียงแค่จะบันทึกหรือระบายเรื่องราวบางเรื่องในแต่ละปีผ่านการมองโลกของตนเองลงไปบนภาพเคลื่อนไหวที่เปรียบได้กับภาพสเก็ตช์หยาบ ๆ ที่ใช้เวลาในการถ่ายทำและตัดต่อไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ต่อหนึ่งปี) ได้แสดงออกถึง “ความแท้จริง” ใด ๆ อยู่แล้ว ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า มันมีความสมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย ที่จะปล่อยปละละเลยให้ความแปลกปลอมหลอกลวงไม่สมจริงเหล่านี้ได้ดำเนินไปอย่างเด่นชัดในงานวีดีโอของตนเอง 

และยิ่งเมื่อคนดูได้ตระหนักถึง “ความไม่จริง” หรือ “ความปลอม” ดังกล่าว มากเท่าไหร่ ผมในฐานะคนสร้างงานวีดีโอ ก็ยิ่งจะมีความสุข ความพอใจ มากยิ่งขึ้นเท่านั้น  

อย่างไรก็ตาม  ผมคงต้องขอเรียกร้องความเห็นใจจากคนดูจำนวนหนึ่งที่พร่ำบ่นถึงการแสดงอัน “ไม่เป็นธรรมชาติ” ของนักแสดงในงานวีดีโอของผม สักเล็กน้อย 

เพราะสิ่งที่เราพึงจะต้องตระหนักก็คือ แท้จริงแล้ว ภาษา อากัปกิริยา ท่าทาง รวมถึงการแสดง ล้วนมีสถานะเป็นเพียง “ธรรมชาติที่สอง” หรือเป็น “วัฒนธรรม” “ประเพณี” ที่ถูกสร้าง/ประดิษฐ์ขึ้นโดยมนุษย์กลุ่มต่าง ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเหล่านั้นได้ถูกอบรมบ่มเพาะลงในจิตสำนึกและวิถีปฏิบัติการของชีวิตมนุษย์อย่างต่อเนื่องยาวนาน จนสถานะของ “สิ่งประดิษฐ์” เหล่านี้ ได้กลายเป็น “สิ่งที่เป็นดังราวกับธรรมชาติ” ของมนุษย์แต่ละกลุ่มไปในที่สุด  

ดังนั้น “ธรรมชาติที่สอง” ดังกล่าวเหล่านั้น จึงน่าจะมีความแตกต่างกันไปตามความหลากหลายของมนุษย์ในสังคมหรือในโลก 

มันจึงไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่กระมังครับ หากเราจะไปตัดสินว่า การแสดงของนักแสดงกลุ่มหนึ่งนั้น “ไม่เป็นธรรมชาติ” หรือ “ขัดธรรมชาติ” เนื่องจากการแสดงดังกล่าวอาจดำเนินไปตามวิถีแห่ง “ธรรมชาติที่สอง” ของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีความแตกต่างไปจาก “ธรรมชาติที่สอง” ของมนุษย์กลุ่มอื่น ๆ หรือ หากการแสดงเหล่านั้นจะ “ไม่เป็นธรรมชาติ” หรือ “ขัดธรรมชาติ” จริง มันก็คงจะขัดกับ “ธรรมชาติที่สอง” ของมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งเพียงเท่านั้น ไม่ได้ขัดกับ “ธรรมชาติที่แท้จริง” แต่อย่างใด 

ซึ่งเมื่อพิจารณา “ความลักลั่นของงานรื่นเริง” ผ่านชุดความหมายหรือชุดคำอธิบายที่ผมมีให้ต่องานวีดีโอของตนเองแล้ว ผมก็พบข้อบกพร่องบางจุดของงานวีดีโอชิ้นนี้ 

ข้อผิดพลาดสำคัญมากประการหนึ่งของ “ความลักลั่นของงานรื่นเริง” ก็คือ ผมมีความพยายามจะสร้างให้งานวีดีโอชิ้นนี้มีความเป็น “หนังเล่าเรื่อง” ตามรูปแบบมาตรฐานทั่ว ๆ ไปมากเกินไป  

ผมคิดว่า เมื่อจุดยืนหนึ่งในการสร้างงานวีดีโอของผมคือ การพยายามไม่กล่าวอ้างถึง “ความจริงแท้” ใด ๆ ผ่านงานวีดีโอที่ถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์การมองโลกเฉพาะตัวของตนเอง ดังนั้น หากผมผสานการพยายามไม่นำเสนอ “ความจริงแท้” ดังกล่าว เข้ากับงานวีดีโอที่เล่าเรื่องราวเฉพาะตัวของตนเองอย่างชัดเจน โดยมีตัวผมเองร่วมเป็นผู้ดำเนินเรื่อง/ตัวละครในงานวีดีโอชิ้นนั้นด้วย จนงานวีดีโอชิ้นนั้น ๆ มีความโน้มเอียงไปสู่ความเป็นหนังสารคดีส่วนบุคคล แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นก็ตาม เช่น ในกรณีของ “ หนังผี’: 16 ปี แห่งความหลัง ผมก็คงจะสามารถยืนยันถึงความคิด/ความหมายพื้นฐานในการสร้างงานวีดีโอของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน งานวีดีโอเช่นนั้นก็คงจะมีระยะห่างจาก ความจริงทั่ว ๆ ไป ที่คนดูจำนวนมากครอบครองอยู่/มีประสบการณ์/มองเห็น/ยืนยันร่วมกันพอสมควร (ทั้งนี้ ความจริงทั่ว ๆ ไป ดังกล่าว อาจถูกสร้างขึ้นและขัดแย้งกับ ความจริงแท้ อย่างยิ่งก็เป็นได้ แต่เมื่อคนจำนวนมากต่างพร้อมใจกันยอมรับมัน ความจริงทั่ว ๆ ไป ดังกล่าว ก็แทบจะมีสถานะกลายเป็น ความจริงแท้ ในที่สุด) จนไม่เป็นการสะดวกนักหากพวกเขาจะพยายามมาประเมินว่า งานภาพเคลื่อนไหวที่พวกเขาได้ดูมีความ สมจริง สมเหตุสมผล หรือ เป็นธรรมชาติ เพียงไร 

ทว่า เมื่อผมพยายามจะสร้างงานวีดีโอของตนเองให้มีความเป็น หนังเล่าเรื่อง ตามรูปแบบมาตรฐานทั่วไป ที่มีตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นจำนวนหนึ่งโลดแล่นอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกสมมุติ/สร้างขึ้นและดำเนินไปตามบทภาพยนตร์ที่เขียนตามสูตรอยู่พอสมควร หรืออาจกล่าวได้ว่า ผมพยายามจะผลักดันงานวีดีโอของตนเองให้เคลื่อนที่เข้าไปใกล้กับ ความจริงทั่ว ๆ ไป ที่ผู้คน/คนดูจำนวนมากรู้สึกคุ้นเคย ปัญหาบางประการจึงเกิดขึ้นกับพื้นฐานความคิดในการสร้างงานวีดีโอของผมเอง 

กล่าวคือ จากการผสมผสานระหว่างประสบการณ์การมองโลกเฉพาะตัวที่ไม่อาจกล่าวอ้างถึง ความจริงสูงสุด ใด ๆ ได้ กับ งานวีดีโอที่นำเสนอหรือเล่าเรื่องราวเฉพาะตัวของผมเองซึ่งตัดขาดออกจาก ความจริงทั่ว ๆ ไป ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดได้  ซึ่งนำไปสู่การสร้างภาพ ความจริง ขึ้นมาชุดหนึ่ง ตามการมองโลกของผม ที่ดำรงอยู่ท่ามกลาง ความจริง อีกหลายต่อหลายชุดในสังคม ในหนังอย่าง หนังผีฯ  

การตัดสินใจทดลองทำอะไรบางอย่างใน ความลักลั่นฯ ก็ได้หันเหงานวีดีโอของผมให้เดินทางไปสู่ การผสมผสานกันระหว่างประสบการณ์การมองโลกเฉพาะตัวที่ไม่สามารถกล่าวอ้างถึง ความจริงสูงสุด ใด ๆ ได้ กับ งานวีดีโอที่พยายามจะเป็นหนังเล่าเรื่องตามแบบมาตรฐานที่มีพื้นฐานอยู่บน ความไม่จริง อีกทั้งผมในฐานะผู้สร้าง ก็มีความพยายามจะทำให้มันมี ความไม่สมจริง อย่างเห็นได้ชัด แต่ขณะเดียวกัน หนังเล่าเรื่องตามรูปแบบมาตรฐานเช่นนี้ก็มีความผูกพันเป็นอย่างยิ่งกับ ความจริงทั่ว ๆ ไป (ซึ่งอาจจะ ไม่จริง ก็ได้) ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับมันได้อย่างใกล้ชิด ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาจึงก่อให้เกิดเป็น งานภาพเคลื่อนไหวที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของ ความไม่จริง ทว่าในทางกลับกัน มันก็ความพยายามอยู่ไม่น้อยที่จะมีสถานะเป็น ความจริงทั่ว ๆ ไป ที่ใกล้ชิดกับผู้คน/คนดูจำนวนมาก 

นี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ คนดูจำนวนไม่น้อยพยายามเข้าไปประเมินค่า ความไม่สมจริง หรือ ความจริงชุดอื่น ๆ ที่ดำรงอยู่เต็มไปหมดภายในรูปแบบของ ความจริงทั่ว ๆ ไป ที่ห่อหุ้ม ความลักลั่นของงานรื่นเริง ไว้ และนี่ก็ถือเป็น ความลักลั่น สำคัญที่เกิดขึ้นในกระบวนการสร้างงานวีดีโอเรื่องนี้ 

ดังนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนดูที่อาจมองโลกและมีประสบการณ์เฉพาะตัวอันแตกต่างกันกับผม จนนำไปสู่การมองเห็น ความจริง คนละชุดกัน และที่อาจรู้สึกขัดใจอย่างยิ่งกับ ความไม่สมจริง หรือ ความเป็นธรรมชาติ ในงานวีดีโอที่มีลักษณะโน้มเอียงมาเป็นหนังเล่าเรื่องตามรูปแบบมาตรฐานทั่ว ๆ ไปของผม จึงถือเป็นสิ่งที่ผมต้องยอมรับฟังแต่โดยดี 

ไม่เพียงแต่ปัญหาทางด้านวิธีคิดที่เกิดขึ้นเท่านั้น ทว่าปัญหาในด้านการปฏิบัติหลายประการ ก็ส่งผลให้ผมไม่สามารถจะนำพา ความลักลั่นของงานรื่นเริง ไปสู่มาตรฐานความเป็นหนังเล่าเรื่องตามรูปแบบทั่ว ๆ ไป ดังที่ใจคิดไว้แต่แรกได้ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเวลา (ตั้งแต่อาสาสมัครนักแสดงแต่ละคนมีเวลาในการทำกิจธุระส่วนตัวที่แตกต่างกันและเหลื่อมซ้อนกับเวลาถ่ายทำอยู่หลายครั้ง ไปจนถึง เวลาในการถ่ายทำที่มีอยู่อย่างจำกัด) และความเหนื่อยล้าที่ตามมา อันส่งผลให้หลาย ๆ ฉากใน ความลักลั่นของงานรื่นเริง ที่ผมหวังจะถ่ายทำในแบบ long take เพื่อให้มี ความเป็นธรรมชาติ หรือให้สอดคล้องกับ ความจริงทั่ว ๆ ไป ต้องถูกตัดซอยเป็นฉากย่อย ๆ หยาบ ๆ ตะกุกตะกัก และ ไม่สมจริง อย่างน่าเสียดาย 

(ติดตามรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ความลักลั่นของงานรื่นเริง ได้ในงานเขียนตอนต่อไป)   

 

ปราปต์ บุนปาน

 

edit @ 11 Oct 2007 02:41:35 by prap and chai

edit @ 11 Oct 2007 02:53:27 by prap and chai

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha:  คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

--เข้ามาลงชื่อว่าได้อ่านบทความของคุณปราปต์และคุณชายแล้วค่ะ เขียนได้จุใจมากๆเลยค่ะ สมกับที่รอคอยมานาน

--ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณปราปต์และคุณชายในนิตยสาร BIOSCOPE แล้วด้วย ดีใจมากๆค่ะที่หนังของคุณทั้งสองคนจะได้ฉายอีกครั้ง แต่คราวนี้ดิฉันคงไม่ได้ไปดูอีกรอบเพราะคงจะติดพันอยู่กับ WORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK แหะๆๆ

--ที่คุณปราปต์เคยเขียนว่าจะรวบรวมหนังสั้นเก่าๆของตัวเองมารวมไว้ในดีวีดีนั้น ไม่ทราบว่างานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ ดิฉันขอเชียร์ให้คุณปราปต์รวบรวมหนังทุกเรื่องของตัวเองเท่าที่พอจะรวบรวมได้มาไว้ในดีวีดีแผ่นเดียวกันค่ะ และถ้าหากทำซับไตเติลภาษาอังกฤษไว้ในหนังด้วยได้ก็จะดีมาก แต่ถ้าหากทำซับไตเติลจริง งานนี้คงหนักหน่อย เพราะหนังของคุณปราปต์เป็นหนังที่พูดเยอะมาก ฮ่าๆๆ ถ้าหากทำดีวีดีเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมหาทางเผยแพร่ดีวีดีของตัวเองด้วยนะคะ ถ้าหากสามารถเอาไปฝากวางขายที่จตุจักรได้ก็จะดีค่ะ ดิฉันจะได้ไปกว้านซื้อมาหลายๆแผ่นเพื่อแจกเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนๆหลายคนที่เป็นชนชั้นกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ไปโหวตรับรัฐธรรมนูญได้ดูกัน เวลาดิฉันอยู่กับเพื่อนๆเหล่านี้ ดิฉันก็ไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเท่าไหร่ค่ะ เพราะดิฉันกลัวว่าจะทะเลาะกันรุนแรง แต่ถ้าหากดิฉันสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของตัวเองในทางอ้อมโดยผ่านทางหนังของคุณปราปต์ได้ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน

--สำหรับประเด็นเรื่องการแสดงที่สมจริงหรือไม่สมจริงในหนังของคุณปราปต์นั้น โดยส่วนตัวแล้วมันไม่เป็นปัญหาสำหรับดิฉันเลยค่ะ ดิฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้มันออกจะ “เหนือจริง” สำหรับดิฉันด้วยซ้ำไป เพราะดิฉันแทบไม่เคยเจอสถานการณ์ที่มีการด่าทอกันอย่างไม่ไว้หน้าแบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นขณะที่ดิฉันดูหนังเรื่องนี้ ดิฉันจึงไม่ได้นำการแสดงในหนังไปเทียบกับการแสดงออกของคนต่างๆที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวันของดิฉันอยู่แล้ว เพราะสถานการณ์ในหนังเรื่องนี้มันก็ห่างไกลจากชีวิตประจำวันของดิฉันมากพอสมควร เพราะในชีวิตประจำวันของดิฉันนั้น ส่วนใหญ่จะมีแต่การ “แอบด่าทอคนอื่นๆในใจ” มากกว่าการด่ากันออกมาตรงๆแบบในหนังเรื่องนี้

อันนี้ขอแสดงความเห็นส่วนตัวเพิ่มเติมเล็กน้อย คือดิฉันคิดว่าการแสดงในหนังเรื่องใดๆก็ตาม ไม่จำเป็นจะต้องมีความสมจริงแต่อย่างใด จะสมจริงก็ได้ หรือไม่สมจริงก็ได้ ถ้าหากทำออกมาได้ดี มันก็ออกมาดูดีมีสไตล์ทั้งสองทาง หนึ่งในการแสดงที่ประทับใจดิฉันมากที่สุดในชีวิตคือการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง L’ARGENT (1983, Robert Bresson, A++++++++++) เพราะการแสดงในหนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกว่ามันแข็งกระโด๊กที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยดูมา มันให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จะว่ามันไม่สมจริงก็พูดได้ไม่เต็มปาก จะว่ามันโอเวอร์แอ็คติ้งก็ไม่ใช่อย่างแน่นอน แต่มันให้ความรู้สึกที่แข็งกระโด๊กมากๆ แต่มันกลับส่งผลดีต่อตัวหนัง เพราะมันทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นออกมาจากหนังหลายพันเรื่องที่ดิฉันเคยดูมาในชีวิต และมันก็ดูเหมือนสอดรับเป็นอย่างดีกับตัวหนังซึ่งมองมนุษย์ในแง่ลบสุดๆ จนมนุษย์ในหนังไม่จำเป็นต้องแสดงความเป็นมนุษย์ออกมาในแบบภาพยนตร์ทั่วไป


--ดิฉันคิดว่ายิ่งหนังของคุณปราปต์แตกต่างจากหนังสั้นของคนอื่นๆมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อตัวดิฉันค่ะ เพราะดิฉันชอบหนังที่แตกต่างแบบนี้นี่แหละ


--ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชอบ LETTER FROM THE SILENCE มากขึ้นไปอีกหลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ก็คือการได้อ่านบทความของ REGIS DEBRAY ใน NEW LEFT REVIEW ที่มีช่วงหนึ่งพูดถึง “พลังของงานเขียน” (อยู่ในหัวข้อ POWERS OF THE INVISIBLE)

อ่านบทความนี้ได้ที่
http://www.newleftreview.org/?page=article&view=2676

ดิฉันรู้จักงานเขียนชิ้นนี้จาก BLOG ของ ZACH CAMPBELL ซึ่งอยู่ที่
http://elusivelucidity.blogspot.com/2007/08/powers-of-invisible.html

ถ้าเข้าใจไม่ผิด บทความนี้มันค่อนไปในทางเชิดชูงานเขียนมากกว่าภาพยนตร์นะ มันเหมือนกับจะบอกว่างานเขียนสามารถกระตุ้นให้คนลุกขึ้นมาปฏิวัติได้ แต่ภาพยนตร์ทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ดี หนังเรื่อง LETTER FROM THE SILENCE ดูเหมือนจะทำให้การตัดสินว่าความเห็นของ REGIS DEBRAY ถูกหรือผิด เป็นสิ่งที่ยากมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะดิฉันคิดว่าในแง่หนึ่ง LETTER FROM THE SILENCE เป็นการเชิดชูพลังแห่งการปฏิวัติที่อยู่ในงานเขียน (ซึ่งเหมือนกับเป็นการเห็นด้วยกับความเห็นของ DEBRAY) แต่ในอีกแง่หนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็อาจจะกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอย่างรุนแรงต่อความทุกข์ที่ชาวบ่อนอก-หินกรูดและคุณนวมทองได้รับ เพราะฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงน่าจะมีพลังแห่งการปฏิวัติอยู่ด้วยเช่นกัน (ซึ่งจุดนี้แตกต่างจากความเห็นของ DEBRAY)

วันนี้ดิฉันขอเขียนแค่นี้ก่อนนะคะเพราะดึกแล้ว ขอลงท้ายว่า ดิฉันคิดถึงหนังเรื่อง “ความลักลั่นในงานรื่นเริง” เกือบทุกวันเลยค่ะตั้งแต่ได้ดูหนังเรื่องนี้ เพราะมันมักจะมี “ข่าว” อะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึงหนังเรื่องนี้อยู่เสมอ อย่างล่าสุดก็ข่าวสถานการณ์ในพม่าที่ทำให้นึกถึงบทสนทนาเรื่องยาดานาในหนังเรื่องนี้
#1  by  MdS (58.10.102.10) At 2007-10-13 00:45, 
นอกเรื่องนิดครับ
คุณปราบต์เคยเขียนบทกวีในชือคนจรฯลฯ หรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ ผมเป็นแฟนหนังสือทำมือของคุณครับ
ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษด้วยนะครับ

#2  by  NP (61.7.137.185) At 2007-10-13 14:22, 
เรียนคุณ Mds ขอบคุณมากครับ ที่ติดตามอ่านงานเขียนในเว็บล็อกนี้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคนเขียนจะทำงานอย่างไม่ค่อยต่อเนื่องนัก 555

ส่วนเรื่องดีวีดีรวมหนังสั้น ก็ยังดำเนินงานไปไม่ถึงไหนเช่นกันครับ ทว่าผมยังคิดที่จะทำอยู่ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไร จะแจ้งข่าวไปให้ทราบ หรือ แจ้งข่าวไว้ในเว็บล็อกนี้

นอกจากนี้ยังต้องขอขอบใจ ที่กรุณาสนทนาโต้ตอบ (หรือเพื่อเติมประเด็น)กับเนื้อหาของบทความในตอนที่ 2 ด้วยครับ

และยังต้องขอขอบคุณที่ช่วยกรุณาแนะนำบทความที่น่าสนใจมาก ๆ จาก New Left Review ครับ ถ้าอ่านแล้วได้ประเด็นอย่างไร อาจจะสนทนากลับไปยังคุณ Mds อีกครั้งครับ

สำหรับเรื่อง "ความลักลั่นของงานรื่นเริง" รู้สึกดีใจมากครับ ที่อย่างน้อยยังมีคนดูที่คิดถึง/ครุ่นคิดกับมันอย่างต่อเนื่องผ่านสถานการณ์ทางสังคมการเมืองร่วมสมัย
อย่างไรก็ตาม ว่าจะเขียนตอบคุณ Mds ในประเด็นนี้ อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเขียนบทความ "ความอีหลักอีเหลื่อฯ" จบครับ
#3  by  prap and chai At 2007-10-13 21:30, 
เรียน คุณ NP

ไม่ทราบว่าคุณใช่คุณ นก ปักษนาวิน หรือเปล่าครับ?

ขอบคุณที่ยังจำงานหนังสือทำมือของผมได้ครับ
แต่ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ไม่ค่อยได้เขียนบทกวีหรือเรื่องสั้นอะไรเลยครับ ครั้นไม่ได้เขียนนาน ๆ เข้า พออยากจะกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เขียนไม่ค่อยออกเท่าไหร่ครับ

ผมยังติดตามอ่านงานเขียนของคุณนกอย่างต่อเนื่องเช่นกันครับ


ปราปต์
#4  by  prap and chai At 2007-10-13 21:36, 
embarrassed surprised smile wink double wink
#5  by  เเส้ (61.19.220.130) At 2007-11-13 14:39, 
big smile big smile
#6  by  mp3 (58.147.54.254) At 2009-06-29 09:24, 
ขอบคุณสำหรับข่าวคราวครับ
#7  by  iJigg (124.121.137.179) At 2009-08-20 23:53, 
<a href="http://dapxqjhyowscvbw.com">xaskddyukgytusx</a> http://sgrmwdthekdxoyu.com [url=http://ptewnrskcdxjxkl.com]dafbzowsjdoxtwy[/url]
#8  by  owxkzbwaue (94.102.52.87) At 2010-06-07 20:05, 
<a href="http://visivuicgkcqszr.com">pgygvdicgwqwage</a> http://vovldopvszotndd.com [url=http://clecobkicglaotu.com]hngdfntfndbckbx[/url]
#9  by  ehnumotmug (94.102.52.87) At 2010-06-10 18:47, 
Great post.. In this blog more interesting posts are there..
I really like to visit here.I hope you will post more new information.Thanks for this.
#10  by  Website Design Qatar (202.62.78.198) At 2011-07-22 14:42, 
ที่คุณกล่าวถึงว่ามันคือ"ไม่จริง"ก็คือการมองหาจริงที่อยู่ใกล้กับชีวิตจริงคุณคิดอย่างไรopen-mounthed smile
#11  by  Online Directory (182.186.247.56) At 2011-09-08 20:23, 
แต่ในความคิดของฉัน เขียนจดหมายคือสถานะของ"สิ่งอื่น ๆ "ที่จะแยกจากโลกของภาพยนตร์ที่จะถูกบันทึกโดยกล้องวิดีโอ เขาถูกโอนไปที่หน้าจอแล้วก่อนที่คุณจะเห็นจำนวนมากที่หลากหลาย
#12  by  Annuaire (182.186.149.137) At 2011-10-19 13:48, 
มีภัยคุกคามและความท้าทายมากคือ ประธานของประเทศที่ดีเช่นรัสเซียเป็นประเทศที่แข็งแกร่งเป็นรัฐนิวเคลียร์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่ 24 และคุณจะไม่สามารถผ่อนคลาย
#13  by  second mortgages Ontario (175.110.79.75) At 2011-10-27 14:43, 
นี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา ผมเห็นความพยายามที่จะประเมิน"สมจริง"หรือ"ในความเป็นจริงชุดอื่น ๆ "ที่ว่ามีที่ใดก็ได้ในรูปแบบของ'E'ร่วมกัน"ห่อ"Laklaen รื่นเริง"และนี่มันคือ."Laklaen"ไม่ ที่มีการสร้างวิดีโอนี้
#14  by  credit card processing (182.186.141.200) At 2011-10-28 14:27, 
Specialists state that business loans help people to live the way they want, just because they can feel free to buy necessary stuff. Furthermore, a lot of banks offer term loan for different classes of people.
#15  by  business loans (91.212.226.143) At 2011-11-06 06:23, 
An academic grade seems to be really important thing and various students have to demonstrate the advanced term paper writing technique. In such case, the help of experienced research papers writing service would be substantial.
#16  by  research paper (193.105.210.41) At 2011-11-08 08:12, 
Consequently, you strive to get a perfection. Nonetheless, it can be hard to realize if you don't have somebody such as university writing service to support you with term papers writing. So, don't waste your time and begin seeking for reputed specialists in the internet!
#17  by  writing a essay (193.105.210.41) At 2011-11-09 13:35, 
If you are willing to forget about lack of free time, then you should find essay writing service.
#18  by  cheap writing services (193.105.210.41) At 2011-11-16 13:24, 
Which way could you do your master’s information just about this topic we think over? The thesis service could hire masters like you to make the format thesis finishing. Hence you can have a really good opportunity to join the team of professionals.
#19  by  dissertation writing (91.212.226.143) At 2011-11-18 06:44, 
Some scholars don’t know where to find the phd thesis referring to this post. So, I would suggest your superior topic. Moreover, they would look for the thesis.
#20  by  thesis writing (91.212.226.143) At 2011-11-18 06:44, 
I must say I am very impressed with the way you and your site effectively messages are very informative. You really captured the attention of many, apparently, go!
#21  by  Donald (182.186.247.67) At 2011-11-21 16:07, 
ม่ทราบว่าคุณใช่คุณ นก ปักษนาวิน หรือเปล่าครับ?

ขอบคุณที่ยังจำงานหนังสือทำมือของผมได้ครับ
แต่ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ไม่ค่อยได้เขียนบทกวีหรือเรื่องสั้นอะไรเลยครับ ครั้นไม่ได้เขียนนาน ๆ เข้า พออยากจะกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เขียนไม่ค่อยออกเท่าไหร่ครับ
#22  by   Link Building (182.186.247.67) At 2011-11-21 18:37, 
Thanks a lot for the useful information! It’s obvously that the term paper writing service can make the essay writing. So, it is a perfect chance to purchase research or custom essays.
#23  by  college research papers (193.105.210.41) At 2011-11-21 22:49, 
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันโพสต์นี้ผมมีปัญหาเล็กน้อยในนั้นฉันลาดเทยืนอยู่ภายใต้วิธีการที่จะบันทึกไว้
#24  by  GenF20 Plus (182.186.243.239) At 2011-11-28 16:19, 
การวิเคราะห์การค้นหาล่าสุดโดยศูนย์ SAP, รวมทั้ง SAP ฟ้องโดยการจัดการของเสีย, Knoa ช่วยให้ผู้ผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ, SAP มีเกมอื่นใน midmarket ที่ภาพรวมของพันธมิตร SAP Hayes เทคโนโลยี
#25  by  ed treatment (182.186.227.130) At 2011-11-30 12:59, 
I am really impressed by this blog. I have always found it informative and updated
#26  by  knee pain after running (182.186.227.130) At 2011-11-30 15:10, 
นี้เป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่บ่อยครั้งที่ทั้งหมด นี้คือที่ยอดเยี่ยมมาก ป๊ใหญ่!
#27  by  north face coats (182.186.155.144) At 2011-12-01 13:57, 
ในการปรับปรุงในระยะเวลาต่อมาผมไม่ได้แม้แต่ภาพยนตร์ของตัวเองว่าเป็น"สั้น"ความเสียหายได้ ผมว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ไม่แน่ชัดว่าเป็น"วิดีโอ"ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นหนังที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพมือถือหรือการเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มง่ายกับภาพยนตร์ที่บ้าน ผมไม่ได้หมาย "ศิลปะวิดีโอ"ในทางใดทางหนึ่ง ..
#28  by  how to stimulate hair growth (182.186.155.144) At 2011-12-01 16:26, 
thanks!
#29  by  burberry scarf (173.245.71.114) At 2011-12-02 08:21, 
great!
#30  by  louis vuitton handbags (173.245.71.114) At 2011-12-02 08:22, 
useful to me!
#31  by  burberry scarf (173.245.71.114) At 2011-12-02 08:24, 
ในการเริ่มต้นของบทความ นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผมที่จะรู้ว่าหนังที่พวกเขาสร้างขึ้นมาได้ว่า มีสองคุณสมบัติที่สำคัญเป็นกระดาษมานานหลายทศวรรษและเป็นเครื่องปรับอากาศช่วย Adagntan ใ H บาง
#32  by  best android phone 2012 (182.186.221.176) At 2011-12-02 12:23, 
I need to accomplish my research paper fast. Maybe I will ask experts: " Write My Essay for Me ". I just don't see another pathway.
#33  by  Write My Research Paper (94.242.214.6) At 2011-12-08 05:13, 
ดีวีดีที่มีคลิปวิดีโอ ฟังก์ชั่นที่ไม่ควรทำเช่นกัน แต่ฉันยังคิดว่ามันจะทำ หากมีความสำเร็จคือ สัญญาณที่จะใส่ใจในการประกาศใด ๆ ในเว็บเพจนี้
#34  by  dry scalp treatment (182.186.227.22) At 2011-12-12 15:05, 
คุณปราบต์เคยเขียนบทกวีในชือคนจรฯลฯ หรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ ผมเป็นแฟนหนังสือทำมือของคุณครับ
#35  by  Cross Channel Mojo (175.110.74.8) At 2011-12-12 16:24, 
Numbers of businessmen want to enlarge sales. As for me, I always use the web site submission service. I respect these specialists, just because they assist me a lot.
#36  by  seo submission (31.184.236.16) At 2011-12-21 09:49, 
เขียนนาน ๆ เข้า พออยากจะกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เขียนไม่ค่อยออกเท่าไหร่ครับ
#37  by  White Label Seo (117.196.229.144) At 2011-12-22 12:48, 
มัน obvously ที่ได้รับมอบหมายของโรงเรียนเขียนให้บริการสามารถทำให้องค์ประกอบของการเขียน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการซื้อการวิเคราะห์หรือเอกสารที่กำหนดเอง
#38  by  dry scalp treatment (182.186.177.14) At 2011-12-22 17:14, 
It is easy to get mad because of academic papers writing. Nonetheless I've go a medicine for such situations. I buy us custom essay and just don't trouble because I do know that I can get good results surely. Hence, there is no reason for doubts!
#39  by  already written persuasive essays (31.184.236.16) At 2011-12-23 05:55, 
ลั่นของงานรื่นเริง” ที่ผมหวังจะถ่ายทำในแบบ long take เพื่อให้มี “ความเป็นธรรมชาติ” หรือให้สอดคล้องกับ “ความจริงทั่ว ๆ ไป” ต้องถูกตัดซอยเป็นฉากย่อย ๆ หยาบ ๆ ตะกุกตะกัก และ “ไม่สมจริง” อย่างน่าเสียดาย
#40  by  phenylethylamine in chocolate (115.167.20.175) At 2012-01-04 15:58, 
าถ่ายทำอยู่หลายครั้ง ไปจนถึง เวลาในการถ่ายทำที่มีอยู่อย่างจำกัด) และความเหนื่อยล้าที่ตามมา อันส่งผลให้หลาย ๆ ฉากใน “ความลักลั่นของงานรื่
#41  by  clarinet parts online (115.167.20.175) At 2012-01-04 15:59, 
หรือให้สอดคล้องกับ “ความจริงทั่ว ๆ ไป” ต้องถูกตัดซอยเป็นฉากย่อย ๆ หยาบ ๆ ตะกุกตะกัก และ “ไม่สมจริง” อย่างน่าเสียดาย
#42  by  1 3-dimethylamylamine geranamine (115.167.20.175) At 2012-01-04 16:00, 
กขัดใจอย่างยิ่งกับ “ความไม่สมจริง” หรือ “ความเป็นธรรมชาติ” ในงานวีดีโอที่มีลักษณะโน้มเอียงมาเป็นหนังเล่าเรื่องตามรูปแบบมาตรฐานทั่ว ๆ
#43  by  schisandra berry plant extract (115.167.20.175) At 2012-01-04 16:01, 
และความเหนื่อยล้าที่ตามมา อันส่งผลให้หลาย ๆ ฉากใน “ความลักลั่นของงานรื่นเริง” ที่ผมหวังจะถ่ายทำในแบบ long take เพื่อให้มี “ความเป็นธรรมชาติ”
#44  by  yohimbine gnc (115.167.20.175) At 2012-01-04 16:20, 
Hey, ฉันต้องการขอให้คุณสิ่งหนึ่งที่ เว็บไซต์นี้เป็นบล็อก WordPress? ธุรกิจของฉันจะสงสัยเกี่ยวกับการย้ายเว็บไซต์ของฉันจาก Blogger เพื่อ WordPress คุณคิดว่านี้สามารถทำได้? คุณไม่นอกจากนี้ในการออกแบบชุดรูปแบบนี้ด้วยตัวเองวิธีการบางอย่าง? ขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ!
#45  by  online technology review (116.71.177.116) At 2012-01-08 12:03, 
In the writing services it’s easy to have some facts and essay writing referring to this topic . To do easier the scholar career buy essay and use the free time!
#46  by  custom writing (31.184.238.21) At 2012-01-09 03:51, 
--เข้ามาลงชื่อว่าได้อ่านบทความของคุณปราปต์และคุณชายแล้วค่ะ เขียนได้จุใจมากๆเลยค่ะ สมกับที่รอคอยมานาน
big smile
#47  by  Web Hosting Blast (175.110.228.153) At 2012-01-09 21:13, 
เขียนนาน ๆ เข้า พออยากจะกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เขียนไม่ค่อยออกเท่าไหร่ครับ
#48  by  furnace filters (116.71.185.66) At 2012-01-14 07:32, 
เข้ามาลงชื่อว่าได้อ่านบทความของคุณปราปต์และคุณชายแล้วค่ะ เขียนได้จุใจมากๆเลยค่ะ สมกับที่รอคอยมานาน
#49  by  locksmiths (116.71.185.66) At 2012-01-14 07:34, 
ที่คุณปราปต์เคยเขียนว่าจะรวบรวมหนังสั้นเก่าๆของตัวเองมารวมไว้ในดีวีดีนั้น ไม่ทราบว่างานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ ดิฉันขอเชียร์ให้คุณปราปต์รวบรวมหนังทุกเรื่องของตัวเองเท่าที่พอจะรวบรวมได้มาไว้ในดีวีดีแผ่นเดียวกันค่ะ และถ้าหากทำ...
#50  by  steroids (116.71.185.66) At 2012-01-14 07:35, 

<< Home


ปราปต์ บุนปาน และ ชาย ไชยชิต
View full profile